“บังอร”แม่บุญทุ่มรุ่นเล็ก ผู้พิชิตหัวใจ รมต.ชาญชัย ถูกหางเลข “คดีการเมือง”
มติชน : คาราวานรถหรูแล่นสะกดรอยตามป้ายข้อความ “รฤกแห่ง สุขสันต์ ณ วันเกิด ฯพณฯ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” ในซอยหมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม 102 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 พฤษภาคม
ปลายทางอยู่ที่ “บ้านทรงไทย” หลังใหญ่ ซึ่งถูกแปลงสภาพจาก “ที่พักอาศัย” เป็น “ที่ชุมนุม” ของคนการเมือง นักธุรกิจ พ่อค้า ดารา สื่อมวลชน ประชาชน ฯลฯ ชั่วคราว
สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่ “บุรุษวัย 57 ปี” อย่างยิ่ง
ในชั่วโมงแห่งความสุขของ “ชาญชัย” ปรากฏภาพ “หญิงร่างเล็ก” ยืนขนาบเขาโดยมิห่าง ทั้งคอยจัดการหน้างานให้ออกมาราบรื่น อีกทั้งยังช่วยต้อนรับ “แขกวีไอพี” ระดับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี และผู้มากบารมีอีกหลายคน
เธอคือ “ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล” อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี คู่คิดคนสำคัญของ “ชาญชัย”
หลังทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี “ดร.บังอร” ยอมเปิดปากพูดคุยกับ “มติชน” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ รมว.อุตสาหกรรมในมุม “อันซีน”
เธอเล่าว่าความประทับใจในตัว “นักการเมืองรุ่นใหญ่” เกิดขึ้นเกือบ 2 ปีก่อน โดยชอบที่เป็นคนอารมณ์ดี มีมุข
กระทั่งวันหนึ่ง “ชาญชัย” ได้งัดกีตาร์คู่ใจมาโซโลเพลง “ทาสเทวี” ให้ฝ่ายหญิง
“…รอ ฉันรอด้วยใจวิงวอน ขอ “บังอร” เมตตารักฝากใจ เพียงยิ้มสักนิดฤทัย ฉันคงพองเรื่อยไป ด้วยธุลีเมตตาของเธอ…”
เล่นเอา “สาวบังอร” ถึงกับอ่อนระทวย
“พอฟังแล้วก็… (หัวเราะ) ท่านเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้ว และเป็นผู้ใหญ่ อายุมากกว่าดิฉัน 10 กว่าปี ห่างกันเป็นรอบเลย พอมาทำอะไรกุ๊กกิ๊กก็เลยรู้สึกว่าน่ารัก โดนใจ”
“ดร.บังอร” เผยสาเหตุที่ยอมให้ “พ่อหม้าย” เข้ามาแง้มหัวใจ จนนำมาสู่ปรากฏการณ์ “รักต่างวัย” ในที่สุด
หลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตเยี่ยง “พี่-น้อง-เพื่อน” คอยดูแลกันและกัน
ปัจจุบันกิจวัตรนอกชั่วโมงทำงานของ “รมต.ใหม่ถอดด้าม” จะดำเนินไปอย่างเดิมทุกวัน ตามตารางเวลาที่ “นักวิชาการคู่ใจ” เป็นผู้จัดให้ โดยลุกจากที่นอนในเวลา 04.00 น. เพื่อนั่งเสพสื่อ-เช็คเรตติ้งตัวเอง, ออกกำลังกายยามเช้า,อาบน้ำแต่งตัว และรับประทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัว ก่อนรุดไปกระทรวงอุตสาหกรรมในเวลา 07.00 น.
พอตกเย็น “ชาญชัย” จะกลับมารีแลกซ์ด้วยการเล่นกีตาร์ ตามด้วยการฟิตเนสในบ้าน ซึ่งมีทุกอย่างครบวงจรประหนึ่งฟิตเนสหรู และปิดท้ายที่การอบเซาน่า
“การจัดไทม์เทเบิ้ลให้ท่านนี่ จะนำหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย โดยดูว่าคนวัย 57 ปีต้องออกกำลังกายแบบไหน เวลาโหมงานหนัก ต้องรับประทานอะไร” ดร.บังอรเผย
เธอยืนยันว่าก่อนขึ้นชั้นเสนาบดี “ชาญชัย” เคยเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น โดยพยายามรักษา “ตัวตน” ของตนไว้ให้มากที่สุด นั่นคือ การเป็นคนอารมณ์ดี และมองโลกในเชิงบวก
“เอ้า… ปัญหามันต้องแก้ได้สิน่า เดี๋ยวแก้ได้” คือคำพูดติดปากของ “ชาญชัย” ในยามต้องรับมือกับปัญหา จึงไม่มีวันไหนที่ รมว. อุตสาหกรรมจะ “แบกโลก” กลับเข้าบ้าน
“ด้วยความที่เป็นท่าน ทุกปัญหาแก้ได้หมด ท่านไม่เคยแบกความทุกข์กลับเข้าบ้าน เพื่อทำให้คนที่บ้านไม่สบายใจ อีกอย่างท่านเห็นว่าดิฉันงานหนักแล้ว เป็นอธิการบดีต้องดูแลนักศึกษาเป็นหมื่น ดังนั้นจะไม่มาบอกมาบ่นอะไร แต่จะแก้ปัญหากับทีมงาน และปรึกษาผู้ใหญ่ที่เคารพรัก” ดร.บังอรกล่าว
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากวันวานคือเวลาส่วนตัวของครอบครัว “ชัยรุ่งเรือง-เบ็ญจาธิกุล” ที่หดหายไป
ทว่า “ดร.บังอร” บอกว่าได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ “คนรัก” จะได้อัพเกรดขึ้นเป็นผู้บริหารประเทศ และไม่เคยคิดน้อยใจที่ “ชาญชัย” นำเวลา “ส่วนตัว” ไปทำงานเพื่อ “ส่วนรวม”
ตรงกันข้ามเธอยินยอมให้ “นักการเมืองข้างกาย” เปิดบ้านแสดงพลังด้วยซ้ำ!
“ตั้งแต่ท่านยังไม่เป็นรัฐมนตรี ยังไม่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) บ้านดิฉันก็มีคนมาทานข้าวเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างในช่วงปิดเทอม ดิฉันจะเชิญอาจารย์มาทานข้าวกับอธิการฯหน่อย ถือเป็นการให้ความอบอุ่นกับลูกน้อง ส่วนท่านเองก็เปิดโอกาสให้พี่น้อง ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก พผ. หรือพรรคอื่น แวะเวียนมาทานข้าวด้วย และถือโอกาสปรึกษาหารือ วางยุทธศาสตร์กัน ดังนั้นถามว่าเรื่องเปิดบ้านแบบนี้กังวลไหม ไม่เลย ชินมากกว่า”
อนุญาตให้หัวหน้า พผ. กางมุ้งให้บ้านได้?
“ได้เลย ได้ค่ะ” ดร.บังอรตอบเสียงใส
แม้ “อธิการบดีหญิง” จะเข้าใจวัฒนธรรมการเมืองมากอยู่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ผู้ใกล้ชิด-คนแวดล้อม” นักการเมืองหลายคน ไม่พร้อม “ตกเป็นเป้าสังคม” และไม่ยินยอม “ถูกกระทำ” ร่วมกับคนการเมืองเหล่านั้น
ล่าสุด “ชาญชัย” ถูกนักวิชาการอิสระยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 เนื่องจากสงสัยว่ามีการซุก “มหาวิทยาลัย” ไว้ในชื่อ “ภริยานอกสมรส”
“ผู้ต้องสงสัยเบอร์ 1″ ชี้แจงว่า เธอเป็นทั้งผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ และเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ส่วน รมว. อุตสาหกรรมเป็นเพียงอดีตกุนซือเท่านั้น แต่เข้าใจว่าเมื่อเธอเฉียดกายเข้าใกล้นักการเมือง ก็เป็นธรรมดาที่จะถูกดึงไปโยงด้วย
“ดิฉันถือว่าไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นไร เราทำงานด้านการศึกษาต้องเปิดใจกว้าง พร้อมรับทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นบวก หรือลบ ถ้าเป็นบวก เราก็ยินดี สุขใจ อิ่มเอมใจ แต่ถ้าเป็นลบ ก็ต้องวางเฉย คือ… ความที่เรารักกัน มันก็เป็นสิทธิของเรานะว่าจะจดทะเบียนสมรสเมื่อไร พร้อมจะดูฤกษ์งามยามดีเมื่อไรตามประเพณีแบบไทยๆ ณ ตอนนี้ดิฉันกับท่านยังไม่ต้องจดทะเบียนสมรส จึงยังไม่ต้องแจ้งทรัพย์สินในส่วนของดิฉัน” หญิงผู้ไม่ใช่ “คู่สมรส” แต่เป็น “คู่รัก” ของ รมว.อุตสาหกรรมกล่าว
ทำใจได้ถ้าจะถูกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว-เรื่องทรัพย์สิน?
“ดร.บังอร” สวนทันควัน “ดิฉันเป็นคนไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว เพราะถือว่าความจริงก็คือความจริง และยึดความถูกต้อง ดังนั้นถ้าจดทะเบียนสมรสเมื่อไร ก็จะแจ้งทรัพย์สินทันที เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยถูกต้อง มีที่มาที่ไปชัดเจน”
เกรงว่าสมบัติในกรุจะหดหายไปหรือไม่ เพราะนักการเมืองใช้เงินเปลืองมาก?
เศรษฐินีกลั้วหัวเราะก่อนบอกว่า “ท่านเป็นคนมีกติกาในการใช้เงินมานานแล้ว พอเงินเดือนออกจะแบ่งเลยว่าส่วนไหนนำจะไปช่วยงานบุญชาวบ้าน โดยเลขาฯ จะลิสต์รายการมาเลยว่ามี่กี่รายการ ใช้เงินเท่าไร หรือถ้าเพื่อนฝูงเดือดร้อน ท่านจะยื่นมือเข้าไปช่วยเลยเพราะเป็นคนใจกว้าง แต่ก็เป็นคนประหยัดนะ ไม่ฟุ่มเฟือย อย่างนาฬิกาที่ใส่ก็ไม่เน้นแบรนด์เนม เรือนละ 2,000-3,000 บาทก็ใส่ได้ ถ้าพอใจคุณภาพคนไทยทำ อย่างเสื้อผ้าก็ซื้อของโอท็อป จ.มหาสารคาม ง่ายๆ และได้ช่วยชาวบ้าน”
แม้แต่ตัว “ดร.บังอร” เองยังลงทุนหอบสังขารไปถึง จ.มหาสารคาม เพื่อซื้อที่นอนหมอนมุ้งครั้งละ 5,000-6,000 ชุด
ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยอุดหนุนชาวรากหญ้า
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเพิ่มเรตติ้งในพื้นที่ให้ “หวานใจ”
ส่วนที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า “อธิการบดีคนดัง” มีส่วนเสริมบารมีทางการเมืองให้แก่ “รมต.ร่างใหญ่” ทั้งจากสถานะที่มั่งคั่ง หรือแม้กระทั่งการจัดนักศึกษากว่า 200 ชีวิตมาเป็นโหวตเตอร์ในการเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พผ. นั้น
“ผู้มีอุปการคุณรายใหญ่” เลี่ยงที่จะตอบตรงๆ โดยบอกเพียงว่า “คนรักกัน ถ้ามีอะไรแบ่งเบาท่านได้ ดิฉันก็ต้องช่วย”
หากให้นิยามตัวเองว่าเป็น “หลังบ้าน” แบบไหน?
“ดร.บังอร” ชิงออกตัวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่รู้ว่าเรียกหลังบ้านได้หรือไม่ แต่เรื่องเป็นคู่รักกันนี่เป็นแน่นอน พร้อมยืนยันว่าทั้ง 2 คนมีความรักให้แก่กันอย่างเปี่ยมล้น ไม่แพ้คู่รักคู่อื่นๆ
ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ตรงจากปาก “แม่บุญทุ่มรุ่นเล็ก” ผู้พิชิตหัวใจของ “นักการเมืองร่างใหญ่”!!!
http://pantamitenemieslist.wordpress.com/2009/05/29/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น